KitCost
‹ บทความ / แจกสูตร
ตั้งราคาขาย

ต้นทุนอาหารควรกี่ % ของราคาขาย

หลายคนเคยได้ยินว่า ต้นทุนอาหารควรอยู่ที่ราว 30–40% ของราคาขาย แต่พอเอามาใช้จริงกลับงงว่าตัวเลขนี้คิดยังไง และทำไมบางร้านต้นทุนต่ำกว่านี้แล้วยังไม่มีกำไร บทความนี้อธิบายแบบเข้าใจง่าย ไม่ต้องเก่งบัญชีก็ทำตามได้

คำตอบสั้น ๆ

เปอร์เซ็นต์ต้นทุนอาหาร (food cost %) คือ ต้นทุนอาหารต่อจาน หารด้วย ราคาขาย แล้วคูณ 100 หลายร้านเริ่มจากช่วงราว 30–40% เป็นจุดตั้งต้น แต่ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกร้าน เพราะยังต้องเผื่อค่าแรง ค่าเช่า ค่าแก๊ส ค่ากล่อง ค่า GP เดลิเวอรี่ และของเสียด้วย ดูเปอร์เซ็นต์อย่างเดียวไม่พอ ต้องดูกำไรจริงต่อจานควบคู่กันไป

food cost % คืออะไร

เปอร์เซ็นต์ต้นทุนอาหารคือการบอกว่า ในเงินที่ลูกค้าจ่ายมา 100 บาท เป็นค่าวัตถุดิบและของที่ใช้ทำอาหารกี่บาท เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยให้เห็นภาพว่าราคาที่ตั้งไว้เหลือที่ว่างให้เป็นกำไรและค่าใช้จ่ายอื่นมากแค่ไหน

สูตรคิดเปอร์เซ็นต์ต้นทุนอาหาร
ต้นทุนอาหารต่อจาน ÷ ราคาขาย × 100 = food cost %

ก่อนใช้สูตรนี้ ต้องรู้ต้นทุนอาหารต่อจานที่แท้จริงก่อน ถ้ายังไม่เคยคิด ลองเริ่มจาก วิธีคิดต้นทุนอาหารแบบเข้าใจง่าย ใน 3 ขั้นตอน หรือ คำนวณต้นทุนต่อชิ้นยังไง สำหรับมือใหม่ ก่อน แล้วค่อยกลับมาคิดเป็นเปอร์เซ็นต์

ทำไมรู้ % นี้แล้วตั้งราคาง่ายขึ้น

ถ้าตั้งราคาจากความรู้สึกอย่างเดียว มักเดาไม่ออกว่าราคานั้นเหลือกำไรไหม แต่พอคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ จะเห็นชัดขึ้นว่าราคาที่ตั้งไว้กับต้นทุนสมเหตุสมผลหรือเปล่า เช่น ถ้า food cost สูงถึง 60–70% แปลว่าเหลือเงินไว้จ่ายค่าอื่นและเป็นกำไรน้อยมาก ก็เป็นสัญญาณว่าราคาอาจถูกไป หรือต้นทุนสูงเกินไป

เปอร์เซ็นต์ยังช่วยให้เทียบเมนูต่าง ๆ ในร้านได้ง่าย เมนูที่ food cost ต่ำมักช่วยดึงกำไรรวมของร้าน ส่วนเมนูที่ food cost สูงอาจต้องปรับสูตรหรือราคา

ตัวอย่างคำนวณง่าย ๆ

ลองดูตัวอย่างการแทนตัวเลขลงในสูตร ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่ราคาจริงของทุกร้าน

ตัวอย่างที่ 1 ข้าวกล่อง
ต้นทุนอาหารต่อกล่อง20 บาท
ราคาขาย50 บาท
food cost % (20 ÷ 50 × 100)40%
ตัวอย่างที่ 2 ชาไทยเย็น
ต้นทุนอาหารต่อแก้ว12 บาท
ราคาขาย30 บาท
food cost % (12 ÷ 30 × 100)40%
ตัวอย่างที่ 3 เมนูที่ต้นทุนสูง
ต้นทุนอาหารต่อจาน35 บาท
ราคาขาย60 บาท
food cost % (35 ÷ 60 × 100)ราว 58%

จะเห็นว่าเมนูที่สามเหลือเงินหลังหักค่าอาหารเพียงราว 25 บาท ซึ่งยังต้องเอาไปจ่ายค่าอื่นอีก ถ้า food cost สูงแบบนี้บ่อย ๆ อาจต้องทบทวนราคาหรือสูตร

ทำไมต้นทุน 40–50% อาจยังไม่พอ

นี่คือจุดที่หลายคนพลาด เปอร์เซ็นต์ต้นทุนอาหารนับเฉพาะ ค่าวัตถุดิบที่ใช้ทำอาหาร เท่านั้น เงินส่วนที่เหลือไม่ได้กลายเป็นกำไรทั้งหมด เพราะยังมีค่าใช้จ่ายอื่นรออยู่อีก เช่น

ตัวอย่าง ขาย 50 บาท food cost 40%
ราคาขาย50 บาท
ต้นทุนอาหาร 40%20 บาท
ค่ากล่อง ถุง ช้อน4 บาท
ค่าแก๊ส ค่าไฟ เฉลี่ย3 บาท
ของเสียเฉลี่ย3 บาท
เหลือก่อนหักค่าแรงและค่าเช่า20 บาท

เหลือ 20 บาทนี้ยังต้องเอาไปจ่ายค่าแรงและค่าเช่าอีก กำไรจริงจึงน้อยกว่าที่หลายคนคิด ยิ่งถ้าขายผ่านแอปที่หัก GP ด้วย ก็จะยิ่งบางลงไปอีก เพราะแบบนี้ ต้นทุนอาหาร 40–50% จึงไม่ได้แปลว่าเหลือกำไรครึ่งหนึ่งเสมอไป

อย่ามองแค่เปอร์เซ็นต์ต้นทุนอาหารอย่างเดียว

เปอร์เซ็นต์ต้นทุนอาหารเป็นเครื่องมือที่ดีในการมองภาพรวม แต่ไม่ควรใช้ตัวเดียวตัดสินทุกอย่าง บางเมนู food cost สูงแต่ขายได้เยอะและช่วยดึงลูกค้า บางเมนู food cost ต่ำแต่กว่าจะขายได้หนึ่งจานใช้เวลานาน สิ่งที่ควรดูควบคู่กันคือ กำไรจริงเป็นบาทต่อจาน และร้านขายได้กี่จานต่อวัน

ถ้าต้นทุนอาหารดูต่ำแล้วแต่เงินยังไม่เหลือ มักเป็นเพราะต้นทุนอื่นที่มองข้าม อ่านสาเหตุได้ใน ขายดีแต่ไม่เหลือเงิน เพราะอะไร และถ้าอยากรู้ว่าต้องขายกี่จานต่อวันถึงคุ้ม ลองดู ต้องขายวันละกี่จานถึงเท่าทุน ส่วนวิธีตั้งราคาแบบเต็ม ๆ อ่านได้ใน ตั้งราคาขายยังไง ไม่ให้เหนื่อยฟรี

ใช้ KitCost ช่วยดูต้นทุนต่อจานและราคาขาย

แทนที่จะนั่งคิดเปอร์เซ็นต์ในหัว ลองใส่ของที่ใช้จริงลงใน KitCost ระบบจะคิดต้นทุนต่อจานให้ แล้วเทียบกับราคาขายที่คุณตั้งได้ทันที จะเห็นว่าราคาหนึ่งราคาเหลือกำไรจริงเท่าไหร่ ปรับราคาขึ้นลงแล้วดูผลได้เลย ทำให้ตัดสินใจตั้งราคาได้ง่ายกว่าเดิม

  • คิดต้นทุนอาหารต่อจานให้ครบก่อนหรือยัง
  • เอาต้นทุนหารราคาขายคูณ 100 ดูเปอร์เซ็นต์แล้วหรือยัง
  • เผื่อค่าแรง ค่าเช่า ค่ากล่อง ค่าแก๊ส และ GP แล้วหรือยัง
  • ดูกำไรจริงเป็นบาทต่อจาน ไม่ใช่แค่เปอร์เซ็นต์แล้วหรือยัง

คำถามที่พบบ่อย

ต้นทุนอาหาร 50% ถือว่าสูงไหม

ไม่มีคำตอบตายตัว ขึ้นอยู่กับร้านคุณ ที่ 50% แปลว่าเหลืออีกครึ่งหนึ่งไว้จ่ายค่าแรง ค่าเช่า ค่ากล่อง ค่าแก๊ส และเป็นกำไร ถ้าค่าเช่าและค่าแรงต่ำก็อาจพออยู่ได้ แต่ถ้าสูงหรือต้องเสีย GP ด้วย 50% อาจตึงเกินไป ทางที่ดีคือคิดกำไรจริงต่อจานออกมาดู

ถ้าต้นทุนอาหารต่ำ แต่ยังไม่มีกำไร เกิดจากอะไร

ส่วนใหญ่เกิดจากต้นทุนอื่นที่ไม่ได้อยู่ในเปอร์เซ็นต์ต้นทุนอาหาร เช่น ค่าเช่า ค่าแรง ค่าแก๊ส ค่ากล่อง ของเสีย หรือค่า GP จากแอปเดลิเวอรี่ ลองรวมต้นทุนเหล่านี้ให้ครบแล้วคิดกำไรจริงใหม่

ต้องรวมค่าแรง ค่าแก๊ส และค่ากล่องในเปอร์เซ็นต์นี้ไหม

เปอร์เซ็นต์ต้นทุนอาหารส่วนใหญ่นับเฉพาะค่าวัตถุดิบ บางร้านรวมค่ากล่องหรือค่าแก๊สเข้าไปด้วยก็ได้ ไม่มีกฎตายตัว ข้อสำคัญคือต้องนับต้นทุนเหล่านี้ไว้ที่ใดที่หนึ่งเสมอ อย่าลืมไปเฉย ๆ ไม่งั้นกำไรที่เห็นจะสูงกว่าความจริง

ตัวเลขทั้งหมดในบทความเป็นตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่กฎตายตัวของทุกร้าน ลองหยิบเมนูที่ขายจริงมากรอกใน KitCost ใส่ต้นทุนให้ครบ แล้วดูทั้งต้นทุนต่อจานและกำไรจริงในแต่ละราคา จะตั้งราคาได้มั่นใจกว่าการดูเปอร์เซ็นต์อย่างเดียว
ลองคำนวณต้นทุนด้วย KitCost

ตัวเลขในบทความเป็นตัวอย่างเบื้องต้น ควรปรับตามราคาวัตถุดิบจริงของร้านคุณ