KitCost
‹ บทความ / แจกสูตร
บริหารร้านเล็ก

ค่าแรงต้องคิดรวมในต้นทุนอาหารไหม? วิธีคิดง่าย ๆ สำหรับร้านเล็ก

คำถามที่แม่ค้าร้านเล็กถามบ่อยคือ ค่าแรงต้องคิดรวมในต้นทุนอาหารด้วยไหม คำตอบสั้น ๆ คือควรเข้าใจไว้ แต่ไม่ต้องทำให้ยุ่งยาก บทความนี้จะอธิบายแบบง่าย ๆ ว่าค่าแรงคืออะไร เมื่อไหร่ควรคิด และจะใส่ลงในการคำนวณต้นทุนยังไงโดยไม่ปวดหัว

คำตอบสั้น ๆ

ควรคิด แต่ไม่ต้องทำให้ยุ่งยาก ถ้ายังทำเองคนเดียว ให้รวมค่าแรงซึ่งก็คือเวลาของตัวเองไว้ในค่าจิปาถะก้อนเดียวก็พอ แต่ถ้ามีลูกน้องที่จ่ายเงินจริง ควรคิดค่าแรงเป็นต้นทุนต่อชิ้นให้ชัดเจน เพราะเป็นเงินที่จ่ายออกทุกรอบ

ค่าแรงคืออะไร

ค่าแรงไม่ใช่แค่เงินเดือนลูกน้องเท่านั้น แต่หมายถึงค่าของแรงงานที่ใช้ทำของขายทั้งหมด ลองนึกถึงสิ่งเหล่านี้

  • เงินที่จ่ายให้ลูกน้องหรือคนมาช่วยทำ
  • เวลาที่เจ้าของร้านลงมือทำเอง
  • เวลาที่ใช้เตรียมของ ทำอาหาร แพ็กของ และล้างอุปกรณ์

หลายคนมองข้ามเวลาของตัวเอง เพราะรู้สึกว่าไม่ได้จ่ายเงินออกไป แต่จริง ๆ แล้วเวลาก็มีค่า ถ้าวันหนึ่งร้านโตขึ้นแล้วต้องจ้างคนมาทำแทน เงินส่วนนี้จะกลายเป็นค่าใช้จ่ายจริงทันที

ถ้าทำเองคนเดียว ต้องคิดค่าแรงไหม

ถ้าตอนนี้ยังทำเองคนเดียว ให้เข้าใจไว้ก่อนว่าค่าแรงก็คือเวลาของตัวเองที่ลงไป แต่สำหรับร้านเล็กที่เพิ่งเริ่ม ยังไม่จำเป็นต้องแยกช่องค่าแรงให้ละเอียดจนวุ่นวาย งานที่ใช้เวลาทำนานเป็นพิเศษอย่างเบเกอรี่ ยิ่งควรเข้าใจค่าแรงไว้ ดูแนวทางเฉพาะเบเกอรี่ได้ใน เบเกอรี่โฮมเมดควรคิดค่าแรงไหม

วิธีที่ง่ายและพอเหมาะคือ ใส่ค่าแรงรวมไว้ใน ค่าใช้จ่ายแฝง หรือ ค่าจิปาถะ ก้อนเดียวกับค่าแก๊ส ค่าไฟ และของเสีย แค่นี้ก็พอให้ราคาขายเผื่อแรงที่ลงไปแล้ว ถ้าอยากเข้าใจว่าต้นทุนแฝงมีอะไรบ้าง อ่านต่อได้ใน ต้นทุนแฝงคืออะไร และต้องเก็บรายการไหนบ้าง

ถ้ามีลูกน้องหรือคนช่วยทำ

ถ้าร้านมีลูกน้องหรือมีคนมาช่วยทำแล้วจ่ายเงินจริง ตรงนี้ควรคิดเป็นต้นทุนจริงให้ชัดเจน เพราะเป็นเงินที่ร้านต้องจ่ายออกไปทุกรอบ ถ้าไม่คิดรวม ราคาขายจะดูเหมือนมีกำไร แต่พอจ่ายค่าแรงจริงแล้วเงินกลับไม่เหลือ

อาการขายดีแต่เงินไม่เหลือแบบนี้ มักมาจากการลืมคิดต้นทุนบางอย่าง อ่านเพิ่มได้ใน ขายดีแต่ไม่เหลือเงิน เพราะอะไร

วิธีคิดค่าแรงแบบง่าย

ไม่ต้องคิดซับซ้อน ใช้หลักเดียวกับการคิดต้นทุนต่อชิ้นได้เลย คือคิดค่าแรงรวมต่อรอบผลิต แล้วหารด้วยจำนวนที่คาดว่าจะขายได้

  • ค่าแรงต่อชิ้น = ค่าแรงรวมต่อรอบผลิต ÷ จำนวนที่คาดว่าจะขายได้
  • แล้วเอาค่าแรงต่อชิ้นนั้นใส่รวมไว้ในค่าใช้จ่ายแฝง
ตัวอย่าง ค่าแรง 1 รอบผลิต
ค่าแรงรวมต่อรอบ300 บาท
คาดว่าจะขายได้100 ชิ้น
ค่าแรงต่อชิ้น (300 ÷ 100)3 บาท

ถ้าอยากทบทวนหลักการคิดต้นทุนต่อชิ้นก่อน อ่านได้ใน คำนวณต้นทุนต่อชิ้นยังไง สำหรับมือใหม่

ระวังเรื่องขายไม่หมด

จุดที่พลาดกันบ่อยคือ ผลิตได้ 100 ชิ้น ไม่ได้แปลว่าจะขายได้ครบ 100 ชิ้น ถ้าขายได้น้อยกว่าที่คาด ค่าแรงต่อชิ้นจริงจะสูงขึ้นกว่าที่คิดไว้

ค่าแรงเท่ากัน 300 บาท
ขายได้ 100 ชิ้นชิ้นละ 3 บาท
ขายได้ 60 ชิ้นชิ้นละ 5 บาท

เพราะแบบนี้ เวลาประเมินจำนวนที่จะขายได้ ควรใช้ตัวเลขที่ขายได้จริงตามปกติ ไม่ใช่ตัวเลขในวันที่ขายดีที่สุด เรื่องการนับจำนวนที่ได้จริงอ่านต่อได้ใน คำนวณต้นทุนเบเกอรี่ ต้องดูจำนวนชิ้นที่ได้จริง

วิธีใช้ KitCost ตอนนี้

ตอนนี้ KitCost เน้นความง่ายก่อน ยังไม่ต้องมีช่องค่าแรงแยกต่างหาก ถ้ายังไม่อยากแยกค่าแรงให้ละเอียด ให้ใส่ค่าแรงต่อชิ้นรวมไว้ใน ค่าใช้จ่ายแฝง หรือ ค่าจิปาถะ ก็เพียงพอสำหรับร้านเล็กแล้ว

ถ้าค่าแรงเป็นก้อนที่จ่ายเท่ากันทุกวันไม่ว่าจะขายได้มากหรือน้อย เช่น เงินเดือนคนช่วยขาย ยังนับเป็นค่าใช้จ่ายคงที่ต่อวันได้ด้วย ซึ่งมีผลกับจุดคุ้มทุน อ่านต่อได้ใน ขายกี่จานต่อวันถึงคุ้มทุน คำนวณจุดคุ้มทุนร้านเล็ก

  • รู้แล้วว่าค่าแรงรวมเวลาของตัวเองด้วย
  • ถ้ามีลูกน้อง คิดค่าแรงเป็นต้นทุนจริงแล้วหรือยัง
  • คิดค่าแรงต่อชิ้นจากจำนวนที่ขายได้จริง ไม่ใช่จำนวนที่ผลิตได้
  • ใส่ค่าแรงรวมไว้ในค่าใช้จ่ายแฝงแล้วหรือยัง

คำถามที่พบบ่อย

ทำเองคนเดียวต้องคิดค่าแรงไหม

ยังไม่ต้องแยกช่องให้ละเอียด แต่ควรเข้าใจว่าเวลาของตัวเองก็มีค่า ใส่รวมไว้ในค่าจิปาถะก็พอสำหรับร้านเล็ก

คิดค่าแรงต่อชิ้นยังไง

เอาค่าแรงรวมต่อรอบผลิตหารด้วยจำนวนที่ขายได้จริง เช่น ค่าแรง 300 บาท ขายได้ 100 ชิ้น เท่ากับชิ้นละ 3 บาท

ใส่ค่าแรงตรงไหนใน KitCost

ตอนนี้ยังไม่มีช่องค่าแรงแยกต่างหาก ให้ใส่ค่าแรงต่อชิ้นรวมไว้ในช่องค่าใช้จ่ายแฝงหรือค่าจิปาถะได้เลย

ลองคิดค่าแรงต่อชิ้นของร้านคุณ แล้วใส่รวมไว้ในช่องค่าใช้จ่ายแฝงของ KitCost ตอนคำนวณต้นทุน ระบบจะรวมให้อัตโนมัติ แล้วบอกต้นทุนต่อหน่วยและราคาขายแนะนำให้ทันที
ลองคำนวณต้นทุนด้วย KitCost

ตัวเลขในบทความเป็นตัวอย่างเบื้องต้น ควรปรับตามราคาวัตถุดิบจริงของร้านคุณ