บริหารร้านเล็ก
ร้านเล็กควรแยกเงินร้านกับเงินส่วนตัวยังไง
ร้านเล็กหลายแห่งผสมเงินร้านกับเงินส่วนตัวจนแยกไม่ออก พอปลายเดือนไม่รู้ว่าร้านกำไรหรือเปล่า เพราะใช้เงินร้านจ่ายของส่วนตัวไปบ้าง หรือใช้เงินส่วนตัวโปะวัตถุดิบบ้าง
เงินสดในมือไม่เท่ากับกำไร
บางวันขายได้เยอะแต่พรุ่งนี้ต้องซื้อวัตถุดิบก้อนใหญ่ เงินที่เหลืออยู่จึงไม่ใช่กำไรสุทธิ ถ้าไม่แยกเงินร้านออกมาจะไม่รู้เลยว่าร้านกำไรหรือขาดทุน
วิธีแยกเงินร้านแบบง่ายสำหรับร้านเล็ก
- ใช้กระเป๋าหรือซองแยก เงินที่ได้จากการขายใส่ซองหนึ่ง เงินส่วนตัวอีกซองหนึ่ง
- ถ้ามีบัญชีธนาคาร เปิดบัญชีแยกสำหรับร้านโดยเฉพาะ แม้จะเป็นบัญชีออมทรัพย์ธรรมดา
- กันเงินซื้อวัตถุดิบก่อน พอได้เงินจากการขาย ให้แยกส่วนสำหรับซื้อของรอบต่อไปออกทันที
- กำหนดเงินที่เจ้าของหยิบใช้ ตั้งตัวเลขไว้เลยว่าหยิบได้กี่บาทต่อวันหรือต่อสัปดาห์ไม่ให้เกิน
ตัวอย่าง แยกเงินแบบง่ายต่อวัน
ยอดขายวันนี้900 บาท
กันไว้ซื้อวัตถุดิบพรุ่งนี้350 บาท
กันไว้ค่าเช่าและค่าจิปาถะ100 บาท
เงินที่เจ้าของหยิบใช้ส่วนตัวได้450 บาท
ทำไมต้องรู้ต้นทุนต่อชิ้นก่อน
ถ้าไม่รู้ต้นทุนต่อชิ้น จะไม่รู้ว่าควรกันเงินร้านไว้เท่าไหร่ต่อวัน เพราะต้นทุนต่อชิ้น × จำนวนที่ขายได้ = เงินที่ต้องกันไว้ซื้อวัตถุดิบรอบต่อไป
วิธีจดรายรับรายจ่ายแบบง่ายอ่านต่อได้ใน ร้านเล็กควรจดรายรับรายจ่ายอะไรบ้าง
- แยกเงินร้านออกจากเงินส่วนตัวแล้วหรือยัง
- กำหนดไว้แล้วหรือยังว่าต่อวันหยิบเงินส่วนตัวได้แค่ไหน
- กันเงินซื้อวัตถุดิบรอบต่อไปทันทีที่ขายได้แล้วหรือยัง
- รู้ต้นทุนต่อชิ้นที่ชัดเจนแล้วหรือยัง เพื่อประเมินว่าต้องกันเงินเท่าไหร่
ใช้ KitCost หาต้นทุนต่อชิ้นก่อน เพื่อให้รู้ว่าควรกันเงินร้านไว้เท่าไหร่แต่ละวัน แล้วค่อยแยกเงินร้านออกจากเงินส่วนตัวได้ถูกต้องขึ้น