ขายขนมเป็นกล่อง ต้องคิดค่ากล่อง ถุง สติกเกอร์ และช้อนยังไง
เบเกอรี่ที่ขายเป็นกล่องดูสวยและขายง่าย แต่บรรจุภัณฑ์ก็เป็นต้นทุนที่ลืมง่ายเหมือนกัน บทความนี้เจาะเฉพาะการขายขนมเป็นกล่องว่าต้องคิดค่าแพ็กอะไรบ้าง
ขายขนมเป็นกล่องต้องบวกค่าบรรจุภัณฑ์ทุกชิ้นเข้าไปในต้นทุนต่อกล่อง ทั้งกล่อง ถุงหิ้ว สติกเกอร์แบรนด์ ช้อนหรือส้อม และกระดาษรองขนม รวมกันแล้วมักเป็นหลักสิบบาทต่อกล่อง ถ้าไม่บวกเข้าไปจะขาดทุนค่าแพ็กโดยไม่รู้ตัว ตัวเลขในบทความเป็นตัวอย่าง ปรับตามของที่ร้านคุณใช้ได้
บรรจุภัณฑ์ที่ต้องคิดเวลาขายเป็นกล่อง
ภาพรวมการคิดค่ากล่อง ถุง ช้อนของทุกเมนูอ่านได้ใน วิธีคิดค่ากล่อง ถุง ช้อน และบรรจุภัณฑ์ ส่วนบทความนี้เน้นเฉพาะของที่ใช้ตอนขายขนมเป็นกล่อง
- กล่องใส่ขนม
- ถุงหิ้วหรือถุงกระดาษ
- สติกเกอร์แปะชื่อแบรนด์หรือป้ายราคา
- ช้อนหรือส้อมพลาสติก ถ้าขนมต้องใช้
- กระดาษรองขนมหรือแผ่นรองในกล่อง
ตัวอย่างวิธีคิดต้นทุนต่อกล่อง
วิธีที่ง่ายคือคิดต้นทุนตัวขนมก่อน แล้วบวกค่าบรรจุภัณฑ์ต่อกล่องเข้าไป สมมติขนมในกล่องมี 6 ชิ้น ต้นทุนชิ้นละ 4 บาท
จะเห็นว่าค่าบรรจุภัณฑ์อย่างเดียวเกือบ 16 บาท ถ้าตั้งราคากล่องจากต้นทุนขนม 24 บาทเฉย ๆ ก็ขาดทุนค่าแพ็กทันที การคิดต้นทุนตัวขนมต่อชิ้นก่อนอ่านได้ใน คำนวณต้นทุนต่อชิ้นยังไง สำหรับมือใหม่ และตัวอย่างการต่อยอดจากต่อชิ้นเป็นต่อกล่องดูได้ใน ตัวอย่างคำนวณต้นทุนคุกกี้ 1 ชิ้น และ 1 กล่อง
จุดที่คนขายขนมเป็นกล่องมักลืม
- คิดแต่กล่อง ลืมถุงหิ้วและสติกเกอร์
- แถมช้อนหรือส้อมให้ฟรีโดยไม่คิดต้นทุน
- เลือกกล่องสวยราคาสูง แต่ไม่บวกเพิ่มในราคาขาย
- กล่องคละขนาด ทำให้ต้นทุนต่อกล่องไม่เท่ากันแต่ตั้งราคาเดียว
คำถามที่พบบ่อย
ค่ากล่องขนมควรเป็นกี่บาทต่อกล่อง
ไม่มีตัวเลขตายตัว ขึ้นกับแบบกล่องและของที่ใส่ ในตัวอย่างค่าแพ็กรวมราว 15–16 บาทต่อกล่อง สำคัญคือบวกเข้าราคาขายให้ครบทุกชิ้น ไม่ใช่คิดแค่ตัวขนม
แถมช้อนส้อมฟรีต้องคิดต้นทุนไหม
ต้องคิด เพราะของแถมทุกชิ้นคือต้นทุนจริง ถ้าไม่บวกเข้าราคา เท่ากับออกค่าแพ็กให้ลูกค้าฟรีทุกกล่อง
กล่องคละขนาดคิดต้นทุนยังไง
คิดแยกตามขนาดกล่อง เพราะต้นทุนต่อกล่องไม่เท่ากัน ถ้าตั้งราคาเดียวทั้งที่กล่องต่างขนาด กล่องใหญ่จะกินกำไรโดยไม่รู้ตัว
เลือกกล่องสวยราคาสูงคุ้มไหม
คุ้มถ้าช่วยให้ตั้งราคาได้สูงขึ้นหรือลูกค้ายอมจ่าย แต่ต้องบวกส่วนต่างเข้าราคาขาย ไม่ใช่แบกค่ากล่องเอง