ขายขนมออนไลน์ ต้องคิดค่าส่ง กล่องกันกระแทก และของเสียยังไง
ขายขนมออนไลน์แบบส่งพัสดุกำลังนิยม แต่ต้นทุนต่างจากขายหน้าร้านพอสมควร เพราะต้องแพ็กให้แน่นและส่งไกล บทความนี้สรุปว่าต้องคิดต้นทุนอะไรเพิ่มบ้าง
ขายขนมส่งพัสดุต้องบวกค่ากล่องกันกระแทก ค่าส่ง และเผื่อของเสียหายระหว่างทางเข้าไปในราคา ไม่ใช่คิดแค่ต้นทุนตัวขนม ถ้าของต้องเก็บเย็นก็ต้องเผื่อค่าแพ็กเย็นด้วย ตัวเลขในบทความเป็นตัวอย่าง ปรับตามของและพื้นที่ส่งของร้านคุณได้
ขายออนไลน์ต้นทุนเพิ่มตรงไหน
ต่างจากขายผ่านแอปเดลิเวอรี่ที่โดนหักค่า GP การส่งพัสดุเองไม่มีค่า GP แต่มีต้นทุนแพ็กและค่าส่งแทน วิธีคิดราคาเมื่อขายผ่านแอปอ่านได้ใน ขายผ่านแอปเดลิเวอรี่ ต้องบวกราคาเพิ่มเท่าไหร่
- กล่องที่แข็งแรงพอและวัสดุกันกระแทก เช่น บับเบิลหรือกระดาษย่น
- ค่าส่งพัสดุ ซึ่งต่างกันตามน้ำหนักและระยะทาง
- เผื่อของเสียหายหรือต้องส่งใหม่ระหว่างทาง
- ถ้าเป็นขนมที่ต้องเก็บเย็น อาจต้องใช้กล่องโฟม เจลเย็น หรือน้ำแข็งแห้ง
ตัวอย่างต้นทุนต่อกล่องเมื่อส่งพัสดุ
จะเห็นว่าค่าแพ็กและค่าส่งรวมกันมากกว่าตัวขนมเสียอีก ถ้าคิดราคาจากต้นทุนขนม 50 บาทเฉย ๆ จะขาดทุนทันที
ค่าส่งให้ลูกค้าจ่าย หรือรวมในราคา
มีสองแบบให้เลือก ควรบอกลูกค้าให้ชัด
- ให้ลูกค้าจ่ายค่าส่งแยก ราคาขนมก็คิดจากต้นทุนขนมและค่าแพ็กตามปกติ
- ส่งฟรี ต้องบวกค่าส่งเข้าไปในราคาขนม ไม่งั้นค่าส่งจะกินกำไรหมด
ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน อย่าลืมว่าค่าส่งเป็นต้นทุนจริงเสมอ การมองข้ามต้นทุนเล็ก ๆ น้อย ๆ คือสาเหตุที่ขายดีแต่เงินไม่เหลือ อ่านต่อได้ใน ขายดีแต่ไม่เหลือเงิน เพราะอะไร
เผื่อของเสียหายระหว่างส่ง
ขนมบางอย่างบอบบาง อาจแตกหรือเสียรูประหว่างส่ง ทำให้ต้องส่งใหม่หรือคืนเงิน ควรเผื่อความเสี่ยงนี้ไว้บ้าง เช่น เผื่อไว้ในใจว่าทุก ๆ หลายกล่องอาจมีปัญหา 1 กล่อง แล้วบวกเข้าไปในราคา
คำถามที่พบบ่อย
ค่าส่งควรให้ลูกค้าจ่ายไหม
ได้ทั้งสองแบบ ถ้าให้ลูกค้าจ่ายค่าส่งแยกก็คิดราคาขนมตามปกติ ถ้าส่งฟรีต้องบวกค่าส่งเข้าไปในราคาขนม ไม่งั้นค่าส่งจะกินกำไร
ของเสียหายระหว่างส่งคิดต้นทุนยังไง
เผื่อความเสี่ยงไว้ในราคา เช่น ถ้าทุก ๆ หลายกล่องอาจเสียหาย 1 กล่อง ให้เฉลี่ยต้นทุนกล่องที่เสียมาบวกในราคาขายของกล่องที่ส่งสำเร็จ