ตัวอย่างคำนวณต้นทุนกาแฟเย็น 1 แก้ว
กาแฟเย็นเป็นเครื่องดื่มขายดีที่ดูเหมือนกำไรงาม แต่ต้นทุนจริงซ่อนอยู่ในของเล็ก ๆ อย่างแก้วและน้ำแข็ง บทความนี้คิดต้นทุนกาแฟเย็น 1 แก้วให้ดูแบบครบ ๆ
รวมของในแก้วอย่างกาแฟ นม ไซรัป น้ำแข็ง กับค่าแก้ว ฝา หลอด แล้วหารด้วยจำนวนแก้ว เช่น ต้นทุนรวม 135 บาททำได้ 10 แก้ว เท่ากับแก้วละประมาณ 13.50 บาท ซึ่งค่าแก้ว ฝา หลอด คิดเป็นเกือบหนึ่งในสาม ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่าง ปรับตามร้านคุณได้
สูตรตัวอย่าง ทำได้ 10 แก้ว
ตัวเลขปริมาณนี้เป็นตัวอย่าง ปรับตามสูตรของร้านคุณได้เลย
วัตถุดิบพร้อมปริมาณ
- กาแฟคั่วบดประมาณ 100 กรัม ชงเป็นกาแฟเข้มข้นประมาณ 1.2 ลิตร
- นมสด 400 มิลลิลิตร
- ไซรัปน้ำตาล 200 มิลลิลิตร
- น้ำแข็ง ประมาณ 1.5 กิโลกรัม (แก้วละประมาณ 150 กรัม)
บรรจุภัณฑ์ที่ต้องคิดด้วย
- แก้วพลาสติก 16 ออนซ์ × 10 ใบ
- ฝาแก้ว × 10 ใบ
- หลอด × 10 อัน
วิธีทำแบบย่อ
- ชงกาแฟให้ได้กาแฟเข้มข้นประมาณ 1.2 ลิตร พักให้เย็น
- ผสมนมสดและไซรัปน้ำตาลลงในกาแฟ คนให้เข้ากัน
- ใส่น้ำแข็งในแก้ว เทกาแฟนมลงให้เต็มแก้ว ปิดฝา ใส่หลอด พร้อมเสิร์ฟ
วิธีคิดต้นทุน
ต้นทุนกาแฟเย็นแบ่งเป็นสองกลุ่ม แยกให้ชัดจะคิดง่ายขึ้น กลุ่มแรกคือของที่อยู่ในแก้ว กลุ่มที่สองคือบรรจุภัณฑ์
- ของในแก้ว เช่น กาแฟ นม ไซรัป น้ำแข็ง
- บรรจุภัณฑ์ เช่น แก้ว ฝา หลอด ถุงหิ้ว
ต่างจาก ชานมเย็น และ ชาไทย ตรงที่กาแฟใช้เมล็ดหรือกาแฟสกัด ราคาต่อแก้วเลยขึ้นอยู่กับว่าใช้กาแฟมากน้อยแค่ไหน
สังเกตว่าค่าแก้ว ฝา หลอด คิดเป็นเกือบหนึ่งในสามของต้นทุน ถ้าลืมคิดส่วนนี้จะนึกว่าต้นทุนแค่ราว 10 บาท แล้วตั้งราคาต่ำเกินไป
คำถามที่พบบ่อย
ต้องรวมค่าแก้ว ฝา หลอดในต้นทุนไหม
ต้องรวม เพราะคิดเป็นเกือบหนึ่งในสามของต้นทุน ถ้าลืม จะนึกว่าต้นทุนแค่ราว 10 บาทแล้วตั้งราคาต่ำเกินไป
ขายเดลิเวอรี่ต้องบวก GP ไหม
ต้องบวก เพราะแอปหักค่า GP ราว 30% ตั้งราคาในแอปให้สูงกว่าขายหน้าร้านเล็กน้อย จะได้ไม่เสียกำไร
ถ้าเมล็ดกาแฟแพงขึ้นต้องทำยังไง
ใส่ราคากาแฟที่ซื้อมาจริงใน KitCost แล้วคำนวณต้นทุนต่อแก้วใหม่ ถ้าขึ้นมาก ค่อยตัดสินใจปรับราคาขายหรือปริมาณกาแฟต่อแก้ว