แจกตัวอย่างสูตรชานมเย็นพร้อมวิธีคิดต้นทุน
เหมาะกับร้านเครื่องดื่มและคนที่อยากเริ่มขายชานม ช่วยให้เห็นสูตรตัวอย่างพร้อมวิธีคิดต้นทุนต่อแก้วจริง ๆ
จากสูตรตัวอย่าง ต้นทุนชานมเย็นอยู่ที่ประมาณ 12.50 บาทต่อแก้ว โดยค่าแก้ว ฝา หลอด เป็นสัดส่วนใหญ่ของต้นทุน ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่าง ราคาผงชาและนมแต่ละร้านไม่เท่ากัน ปรับตามร้านคุณได้
สูตรตัวอย่าง ทำได้ 10 แก้ว
ตัวเลขปริมาณนี้เป็นตัวอย่าง ปรับตามสูตรของร้านคุณได้เลย
วัตถุดิบพร้อมปริมาณ
- ผงชาไทย 100 กรัม
- น้ำเปล่าสำหรับชงชา ประมาณ 1.5 ลิตร
- นมข้นหวาน 250 มิลลิลิตร
- นมข้นจืด 250 มิลลิลิตร
- น้ำตาล 80 กรัม
- น้ำแข็ง ประมาณ 1.5 กิโลกรัม (แก้วละประมาณ 150 กรัม)
บรรจุภัณฑ์ที่ต้องคิดด้วย
- แก้วพลาสติก 16 ออนซ์ × 10 ใบ
- ฝาแก้ว × 10 ใบ
- หลอด × 10 อัน
- ถุงหิ้ว (ตามสั่ง)
เครื่องดื่มต่างจากอาหาร ตรงที่ค่าแก้ว ฝา หลอด มักเป็นต้นทุนก้อนใหญ่เมื่อเทียบกับวัตถุดิบ ถ้าลืมคิด ราคาขายจะดูมีกำไรแต่จริง ๆ ไม่เหลือ เหตุผลเต็ม ๆ อ่านได้ใน คำนวณต้นทุนเครื่องดื่ม ต้องรวมแก้ว ฝา หลอด น้ำแข็งไหม
วิธีทำแบบย่อ
- ชงผงชาด้วยน้ำร้อนประมาณ 1.5 ลิตร ทิ้งไว้ 5 นาที แล้วกรองกากออก
- ผสมนมข้นหวาน นมข้นจืด และน้ำตาลลงในน้ำชาขณะยังร้อน คนให้ละลาย
- พักให้เย็นหรือแช่เย็น
- ใส่น้ำแข็งในแก้ว เทชานมลงให้เต็มแก้ว ปิดฝา ใส่หลอด พร้อมเสิร์ฟ
วิธีคิดต้นทุน
ชานมเย็นแก้วนี้ค่าแก้ว ฝา หลอด เป็นสัดส่วนใหญ่ของต้นทุน ถ้าขายชาไทยด้วย จุดที่ต่างคือต้องคิดว่าผงชา 1 ถุงชงได้กี่แก้ว ดูได้ใน ตัวอย่างคำนวณต้นทุนชาไทย หรือถ้าเป็นกาแฟที่ต้นทุนขึ้นกับเมล็ดและนม ดูได้ใน ตัวอย่างคำนวณต้นทุนกาแฟเย็น
คำถามที่พบบ่อย
ต้องคิดค่าแก้ว ฝา หลอด รวมในต้นทุนไหม
ต้องรวม เพราะของพวกนี้เป็นสัดส่วนใหญ่ของต้นทุนเครื่องดื่ม ถ้าไม่คิด ราคาขายจะดูมีกำไรแต่จริง ๆ แทบไม่เหลือ
น้ำแข็งต้องคิดเป็นต้นทุนด้วยไหม
ควรคิด แม้ต่อแก้วจะไม่กี่บาท แต่ทุกแก้วใช้ จึงควรเฉลี่ยรวมเข้าไปในต้นทุน จะได้ตัวเลขที่ใกล้ความจริง
ถ้าผงชาหรือนมแพงขึ้นต้องทำยังไง
กลับไปใส่ราคาที่ซื้อมาจริงใน KitCost แล้วคำนวณต้นทุนต่อแก้วใหม่ ถ้าขึ้นมาก ค่อยตัดสินใจปรับราคาขายหรือปริมาณให้พอดี