KitCost
‹ บทความ / แจกสูตร
ตั้งราคาขาย

เริ่มขายของควรตั้งราคาจากต้นทุนหรือดูราคาคู่แข่งก่อน

คำถามที่มือใหม่เจอบ่อยคือ ควรตั้งราคาจากต้นทุนของตัวเอง หรือดูราคาคู่แข่งก่อน คำตอบคือทำทั้งคู่ แต่ต้องเรียงลำดับให้ถูก

คำตอบสั้น ๆ

เริ่มจากคิดต้นทุนต่อจานของตัวเองให้ครบก่อน เพื่อรู้ว่าราคาขายต้องไม่ต่ำกว่าเท่าไหร่ แล้วค่อยดูราคาตลาดในละแวกเป็นกรอบว่าลูกค้ายอมจ่ายแค่ไหน ราคาคู่แข่งใช้เทียบได้ แต่ไม่ได้บอกว่าเราจะมีกำไร เพราะต้นทุนแต่ละร้านไม่เท่ากัน

รู้ต้นทุนตัวเองก่อนเสมอ

ก่อนดูราคาใคร ต้องรู้ก่อนว่าของเราต้นทุนเท่าไหร่จริง ๆ เพราะต้นทุนคือเส้นตายว่าราคาขายต้องไม่ต่ำกว่านี้ ถ้าไม่รู้ต้นทุน การดูราคาคนอื่นก็เหมือนเดาในความมืด

แล้วค่อยเทียบราคาตลาด

เมื่อรู้ต้นทุนแล้ว ค่อยดูว่าร้านอื่นในละแวกขายเท่าไหร่ เพื่อให้ราคาของเราไม่หลุดตลาดจนเกินไป ราคาตลาดช่วยบอกว่าลูกค้ายอมจ่ายประมาณไหน แต่ไม่ได้บอกว่าเราจะมีกำไรไหม

ทำไมห้ามลอกราคาคู่แข่งอย่างเดียว

เพราะต้นทุนของแต่ละร้านไม่เท่ากัน เขาอาจซื้อของถูกกว่า ใส่ปริมาณน้อยกว่า หรือมีต้นทุนแฝงต่างจากเรา เรื่องนี้อ่านต่อได้ใน ทำไมขายราคาเท่าคนอื่น แต่กำไรไม่เท่ากัน

ลำดับที่ควรทำ
1 คิดต้นทุนต่อจานให้ครบรู้พื้นราคา
2 ดูราคาตลาดในละแวกรู้กรอบตลาด
3 เลือกราคาที่สูงกว่าต้นทุนและพอแข่งได้ราคาที่เหมาะกับร้าน

ถ้าต้นทุนสูงกว่าราคาตลาดมาก อาจต้องปรับสูตร ลดของเสีย หรือหาจุดขายเพิ่ม แทนที่จะฝืนขายขาดทุน วิธีคิดราคาเป็นระดับอ่านต่อได้ใน ตั้งราคาขายยังไงไม่ให้เหนื่อยฟรี

คำถามที่พบบ่อย

มือใหม่ควรดูราคาคู่แข่งก่อนเลยไหม

ดูได้ แต่อย่าเริ่มจากตรงนั้น ให้รู้ต้นทุนต่อจานของตัวเองก่อน ราคาคู่แข่งใช้เป็นแค่กรอบว่าตลาดรับได้แค่ไหน ไม่ใช่ตัวกำหนดราคาขายของเรา

ถ้าต้นทุนเราสูงกว่าราคาตลาดทำยังไง

ลองปรับสูตร ลดของเสีย หรือหาจุดขายเพิ่มแทนการฝืนขายขาดทุน วิธีคิดราคาเป็นระดับอ่านต่อได้ใน ตั้งราคาขายยังไงไม่ให้เหนื่อยฟรี

ขายถูกกว่าคู่แข่งจะได้ลูกค้ามากกว่าไหม

อาจได้ลูกค้าเพิ่ม แต่ไม่การันตีว่ามีกำไร ถ้าราคาต่ำกว่าต้นทุน ยิ่งขายยิ่งเหนื่อย ควรเช็กต้นทุนต่อจานก่อนทุกครั้งว่าราคายังเหลือกำไรพอ

ทำไมขายราคาเท่าคู่แข่งแต่กำไรไม่เท่ากัน

เพราะต้นทุนแต่ละร้านต่างกัน ทั้งราคาวัตถุดิบ ปริมาณที่ใส่ และต้นทุนแฝง อ่านต่อได้ใน ทำไมขายราคาเท่าคนอื่น แต่กำไรไม่เท่ากัน

ราคาตลาดเป็นแค่ข้อมูลประกอบ ไม่รับประกันกำไรหรือยอดขาย เริ่มจากรู้ต้นทุนก่อน ลองคำนวณต้นทุนด้วย KitCost แล้วค่อยเทียบกับราคาตลาดเพื่อเลือกราคาที่เหมาะกับร้านคุณ
ลองคำนวณต้นทุนด้วย KitCost

ตัวเลขในบทความเป็นตัวอย่างเบื้องต้น ควรปรับตามราคาวัตถุดิบจริงของร้านคุณ